หลานหลวง - ป.ป.ช.เดิน หน้าจัดทำฐานข้อมูลจับโกงนักการเมือง รวบรวมพฤติการณ์ตีแผ่ทางเน็ต ดึงภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ "ชวน" ซัดเกินครึ่งสภาซื้อเสียงเข้ามา จึงจ้องแต่ผ่านงบ โกงกิน พร้อมแวะจวกวุฒิสภาขายตัว ทำให้สภาเพี้ยน
ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดสัมมนาเรื่อง "การจัดทำฐานข้อมูลนักการเมือง" โดยนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงเหตุผลของการจัดทำฐานข้อ มูลนักการเมืองว่า การทุจริตคอรัปชั่นเป็น อาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาการทุจริตมักเกิดขึ้นเฉพาะวงราชการ เช่น ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง แต่ในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ได้มีการทุจริตรูปแบบใหม่เพิ่มขึ้น โดยเป็นการร่วมมือกัน 3 กลุ่มคือ กลุ่มนักการเมือง กลุ่มทุนธุรกิจที่เป็นเครือญาติและพวกพ้องของนักการเมือง และกลุ่มราชการ โดยมีนักการเมืองเป็นตัวการสำคัญ
นายภักดีกล่าวว่า จำเป็นต้องมีแนว ทางป้องกันการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ การจัดทำฐานข้อมูลนักการเมืองในระบบสารสนเทศ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลทางเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ความประพฤติที่ปรากฏต่อสาธารณชน พฤติการณ์เกี่ยวกับคดีความ และความเกี่ยวพันทางเครือญาติกับผู้ที่เป็นหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับ สัมปทานจากรัฐหรือเป็นคู่สัญญากับรัฐ เป็นต้น เพื่อสนับสนุนให้องค์กรและเครือข่ายภาคประชาชนร่วมกันตรวจสอบประวัติภูมิ หลังของนักการเมือง จะเป็นการป้องกันและสกัดกั้นนักการเมืองที่มีความประพฤติจ้องจะทุจริต
พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ ประ ธานอนุกรรมการจัดทำฐานข้อมูลนักการเมือง กล่าวว่า หากจัดทำฐานข้อมูลนักการเมืองขึ้นมาจริง จะช่วยลดการทุจริตของประ เทศลงได้ โดยต้องได้พลังจากภาคประชาชนเข้ามาร่วมทำ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยเอาจริงเอาจัง ขาดความฉับไวในการลงมือทำ ทำให้นักการเมืองไทยไม่กลัวเกรงต่อ ป.ป.ช. นอกจากนี้ ขอฝากไปถึงสื่อมวลชนว่า สื่อคือเครื่องมือป้องกันปราบปรามการทุจริตที่ดีที่สุด แต่ทุกวันนี้สื่อมวลชนยังขาดความต่อเนื่องของการเล่นข่าวทุจริต ที่มักจะเล่นเป็นช่วงๆ และการขุดคุ้ยไม่ลึกพอ
นายจรัส สุวรรณมาลา เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย กล่าวว่า เมื่อก่อนประ ชาชนไม่เคยเข้าถึงข้อมูลส่วนนี้ แต่ต่อไปนี้ประชาชนจะสามารถเข้าไปร่วมตรวจสอบได้ โดยประโยชน์ของการรวบรวมข้อมูลคือเพื่อความเป็นกลางและโปร่งใส ซึ่งสิ่งที่หวังก็คือการนำฐานข้อมูลนักการเมืองจากหลายองค์ กรเข้ามารวมกันเป็นหนึ่งเดียว และขอเสนอฐานข้อมูลที่ไม่ใช่ของนักการเมืองอย่างเดียว เช่น ฐานข้อมูลของนักรัฐวิสาหกิจ ฐานข้อมูลของตำรวจ ฐานข้อมูลของข้าราชการต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งนี้ อยากให้แบ่งแยกการเก็บข้อมูลเป็นส่วนหนึ่ง และการเปิดเผยข้อมูลเป็นอีกส่วนหนึ่ง และหากมีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะต้องให้เป็นไปตามกฎหมาย
นางสุกัญญา หอมชื่นชม ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า นอกจากการใช้ฐานข้อมูลเพื่อการตรวจสอบแล้ว อีกด้านหนึ่งควรนำข้อมูลไปเผยแพร่ในส่วนที่นักการเมืองเคยทำโครงการอะไรมา บ้าง รวมทั้งควรเก็บข้อมูลที่นักการเมืองได้พูดไว้ในสภาด้วย เพื่อให้ได้รู้ว่าสิ่งที่พูดไปนั้นสามารถทำได้จริงอย่างที่พูดหรือไม่
นายเยี่ยมศักดิ์ คุ้มอินทร์ นิติกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าว สารของราชการ กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะจัดทำฐานข้อมูลนักการเมือง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้วที่ต้องการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริต
วันเดียวกัน ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดเสวนาทางวิชาการเนื่องในวันรพี ประจำปี 2553 เรื่อง ผู้แทนฯ...แทนใคร? โดยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "ผู้แทนราษฎรไทยในหัวใจของประชาชน" ว่า ทุกอาชีพต้องการมืออาชีพ ไม่ใช่ไม่รู้จะทำอะไรก็มาเล่นการเมือง ซึ่งในสมัยนี้ก็มีว่ามาผ่านงบ มาดูว่าบริษัทตัวเองจะได้ประมูลหรือไม่ เวลาบ้านเมืองมีปัญหาก็เลยชี้ไปที่นักการเมือง
"มีคนเคยพูดว่านักการเมืองกินจอบ กินเสียม เพราะเคยมีการแจกจอบตราจระเข้ให้ชาวบ้าน แต่พอไปถึงชาวบ้านกลายเป็นตัวตะกวด ข่าวเหล่านี้เป็นภาพที่ไม่ดีสำหรับคนอยากจะเล่นการเมือง แต่ทั้งหมดก็เป็นเรื่องของตัวบุคคล การทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่ได้ทำให้ทุกคนเป็นคนดี แต่ส่งเสริมให้คนดีมีอำนาจ ทุกวงการจึงมีทั้งคนดี และคนไม่ดี เช่นเดียวกับวงการการเมือง" นายชวนกล่าว
นายชวนกล่าวว่า นักการเมืองคือตัวปัญหา มีมูลความจริงแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ในระบบนี้ไม่มีทางหนีพ้นการมีผู้แทนฯ ไปได้ จะรังเกียจอย่างไรก็ตามระบอบประชาธิปไตย จะปฏิเสธการเลือกตัวแทนของประชาชนไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้เป็นไปด้วยความราบรื่น ช อบธรรม ถูกต้อง เพราะในสภามากกว่าครึ่งมาจากการซื้อเสียง ซึ่งในอดีตไม่เคยมี ขณะนี้สิทธิของผู้แทนฯ มากขึ้น โดยรัฐธรรมนูญระบุว่า ส.ส.ห้ามเป็นรัฐมนตรี ซึ่งตนเองอยากเป็นผู้แทนฯ จึงไม่ได้สนใจว่าจะห้ามเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ถ้าเข้ามาเป็น ส.ส.เพื่อมาดูว่ามีงบประมาณเท่าไหร่ นั่นเป็นเป้าหมายของเขา ไม่ใช่เป้าหมายเพื่อประชาชน
"ที่มา มาจากระบบที่ไม่ถูกต้องมากขึ้น ทำให้การมีความรู้ไม่ได้ช่วยให้สภาดีขึ้น งานที่เป็นไปในสภาก็จะเป็นเหมือนกับคนที่เข้ามา การซื้อเสียง ทุจริตโกงกินก็ตามมา มาวิจารณ์งบประมาณบอกให้ตัดให้หมด แต่พอมาข้างนอกก็ไปพูดกับผู้ใหญ่ในกระทรวง ขอแบ่งประโยชน์กัน ไม่อยากให้มองภาพการเมืองเลวร้าย ชั่วร้าย เพราะส่วนใหญ่จะเป็นที่ตัวบุคคลมากกว่า ทั้งนี้ บ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตย หากคนใช้แต่สิทธิอย่างเดียวบ้านเมืองจะไปได้ยาก ลุ่มๆ ดอนๆ ไปได้ก็ไม่แข็งแรง เราจึงต้องสอนเรื่องสิทธิและหน้าที่ไปพร้อมๆ กัน" นายชวนสอน
นายชวนกล่าวต่อว่า การเมืองเราจะสูญเสียโอกาสทางอนาคตมาก หากรุ่นหลังไม่มีหลัก ไม่มีความซื่อสัตย์ สุจริต บ้านเมืองก็อยู่ยาก แม้เศรษฐกิจจะเติบโตขึ้น แต่ความรั่วไหลและความไม่สุจริตก็จะตามมา คนที่เคารพกฎหมายส่วนใหญ่ไม่โกหก มีแค่คนบางกลุ่มที่ทำให้ภาพเสียหาย คนดีๆ ก็มีแต่ไม่ได้โด่งดัง หรือให้สัมภาษณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทำให้นักกฎหมายมีความวุ่นวาย คือ ความรุนแรงขู่ว่าจะเผา จะทำร้าย อย่างกรณีที่ กกต. สั่งยุบประชาธิปัตย์ เพราะถูกขู่ว่าจะไปเผาบ้าน หลังจากนั้นก็สั่งยุบพรรคทันที
นายชวนกล่าวต่อว่า เราต้องประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรม อย่างคำโบราณบอกไว้ว่า ปล่อยคนผิด 10 คนดีกว่าลงโทษคนบริสุทธิ์ 1 คน อย่าคิดเพียงแค่กฎหมาย แต่มันบาปกรรมแค่ไหน กระทบคนที่ไม่ผิดแล้วต้องมารับโทษกับการที่เหมาว่าเขาทำความผิด ทั้งนี้ เมื่อเรารักที่จะทำงานด้านการเมืองก็ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะผู้แทนฯ ไม่ได้มีหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเดียว แม้โลกจะเปลี่ยนแต่สิ่งที่ดีงามก็ให้รักษาไว้ อย่าไปเปลี่ยนแปลง อย่างนายกฯ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ตั้งใจจะเป็นนักการเมือง เป้าหมายคือตั้งใจเป็นนักการเมืองมืออาชีพ เรียนรู้ปัญหาในประเทศ แต่ผู้แทนฯ กับกฎหมายก็ผูกพันกัน เพราะในสภาคือตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นตัวแทนในการออกกฎหมาย ระบอบประชาธิปไตย การคานอำนาจต้องให้เกิดความสมดุล เราจึงหวังอำนาจวุฒิสภามาเป็นตัวถ่วงดุล ให้อำนาจแต่งตั้ง ถอดถอนองค์กรอิสระ
"วันหนึ่งเมื่อวุฒิฯ ขายตัว อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด ทำให้สภาเพี้ยนกันหมด เพราะการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ความเหมาะสม หรือเป็นคนดี แต่กลายเป็นว่าเขาสั่งให้เอาคนนี้ นี่คือการไม่ได้ทำตามหน้าที่การถ่วงดุลอำนาจ" นายชวนกล่าว.
