วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553
Facebook | Asahi Super Dry กำเนิดหม้อหุงข้าว
Facebook | Asahi Super Dry กำเนิดหม้อหุงข้าว
กำเนิดหม้อหุงข้าว
แบ่งปัน
Asahi Super Dry กำเนิดหม้อหุงข้าว
18 มกราคม 2010 เวลา 9:52 น.
รู้หรือไม่ว่าหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้มีต้นกำเนิดและพัฒนาการมาจากประเทศญี่ปุ่น
หม้อหุงข้าว ประดิษฐ์ ขึ้นครั้งแรกในญี่ปุ่น เพื่อสนองความต้องการในประเทศ ในอดีตสตรีชาวญี่ปุ่นต้องหุงข้าวด้วยเตาถ่านซึ่งต้องเสียเวลามานั่งเฝ้า และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สตรีญี่ปุ่นต้องใช้แรงงานในการสงครามด้วย ความสะดวกรวดเร็วและประหยัดเวลาในการหุงข้าวจึงจำเป็นอย่างยิ่ง
............................................................................................................
ดังนั้นความสำเร็จในการประดิษฐ์หม้อหุงข้าวและเริ่มจำหน่ายขึ้นครั้งแรกในปีค.ศ.1956 จึงได้รับการตอบรับจากชาวญี่ปุ่นอย่างท่วมท้น
วิวัฒนาการหม้อหุงข้าวที่เก่าแก่ที่สุดเดิมมีชื่อเรียกว่า คามาโดะ มีมาตั้งแต่ยุคสมัยโคฟุน ค.ศ. 300-710 คามาโดะเป็นเตาดินเสริมด้วยอิฐหักเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและทนทานต่อความร้อน ใช้ฟืนในการหุงต้ม นอกจากใช้หุงข้าวแล้วก็ยังนำมาต้มซุปถั่ว แต่มีข้อเสียคือเคลื่อนย้ายไม่ได้
ต่อมาสมัยนารา-เฮอัน ราวปีค.ศ.710-794 หม้อหุงข้าวพัฒนามาเป็น โอกิ-คามาโดะ สร้างขึ้นให้ใช้งานกลางแจ้ง และมีภาชนะแยกส่วนสำหรับบรรจุอาหารที่เรียกว่าฮากามะ สำหรับหย่อนลงในหลุมที่ด้านล่างมีกองฟืนสำหรับหุงต้ม
ภายหลังมีการประดิษฐ์ภาชนะบรรจุข้าวสำหรับหุงโดยเฉพาะ ลักษณะทรงรีทำด้วยโลหะ เรียกว่า โอกามา เรียกหม้อหุงข้าวชนิดนี้ว่า มูชิ-คามาโดะ
ปลายยุคสมัยไตโช กลางทศวรรษ 1920 เริ่มมีการทดลองผลิตหม้อหุงข้าวไฟฟ้าเป็นครั้งแรก ปลายทศวรรษ 1940 บริษัทมิตซูบิชิ อิเลคทริก ผลิตหม้อหุงข้าวที่มีหม้อและขดลวดนำความร้อนอยู่ภายใน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใกล้เคียงที่สุดกับหม้อหุงข้าวในปัจจุบัน แต่ก็ยังไม่สะดวกสบายนัก เพราะคนหุงต้องนั่งเฝ้าเนื่องจากยังไม่มีระบบอัตโนมัติ ภายหลังบริษัทมัตซูชิตะและโซนี่ผลิตหม้อหุงข้าวออกจำหน่าย แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน
กระทั่งวันที่ 10 ธันวาคม 1956 บริษัทโตชิบานำหม้อหุงข้าวอัตโนมัติออกวางจำหน่าย 700 ใบ ประสบความสำเร็จมาก โตชิบาเริ่มผลิตหม้อหุงข้าวอีก 200,000 ใบ ในเวลาเพียง 1 เดือน อีก 4 ปี ต่อมาหม้อหุงข้าวเริ่มแพร่หลายไปเกือบครึ่งประเทศ
สาเหตุที่บริษัทโตชิบาประสบความสำเร็จในครั้งนี้ เนื่องจากเวลาที่รวดเร็วและแม่น ยำในการหุงข้าว ที่ใช้เวลาเพียง 20 นาที หม้อหุงข้าวในยุคนั้นมี 2 ชั้น ชั้นนอกสำหรับบรรจุน้ำ ส่วนชั้นในสำหรับบรรจุข้าว รูปแบบนี้ใช้อยู่นานถึง 9 ปี จึงเปลี่ยนมาเป็นหม้อหุงข้าวในยุคปัจจุบัน
**หม้อหุงข้าวเป็น 1 ใน Japanese Design Today 100** ขอเชิญสัมผัสอย่างใกล้ชิดพร้อมเกล็ดน่ารู้มากมายได้ที่งาน http://www.facebook.com/notes/asahi-super-dry/xyak-chwn-phexn-p-ngan-ni-cng-ngan-di-xa-lm-kd-baeng-pn-hi-khn-rxb-khang-ru-dwy-/285968272039
หม้อหุงข้าว ประดิษฐ์ ขึ้นครั้งแรกในญี่ปุ่น เพื่อสนองความต้องการในประเ
..........................
ดังนั้นความสำเร็จในการประด
วิวัฒนาการหม้อหุงข้าวที่เก
ต่อมาสมัยนารา-เฮอัน ราวปีค.ศ.710-794 หม้อหุงข้าวพัฒนามาเป็น โอกิ-คามาโดะ สร้างขึ้นให้ใช้งานกลางแจ้ง
ภายหลังมีการประดิษฐ์ภาชนะบ
ปลายยุคสมัยไตโช กลางทศวรรษ 1920 เริ่มมีการทดลองผลิตหม้อหุง
กระทั่งวันที่ 10 ธันวาคม 1956 บริษัทโตชิบานำหม้อหุงข้าวอ
สาเหตุที่บริษัทโตชิบาประสบ
**หม้อหุงข้าวเป็น 1 ใน Japanese Design Today 100** ขอเชิญสัมผัสอย่างใกล้ชิดพร
Facebook | Asahi Super Dry Morning Banana Diet กระแสลดน้ำหนักสุดแรงของญี่ปุ่น เรื่องกล้วยๆจริงๆ
Facebook | Asahi Super Dry Morning Banana Diet กระแสลดน้ำหนักสุดแรงของญี่ปุ่น เรื่องกล้วยๆจริงๆ
Morning Banana Diet กระแสลดน้ำหนักสุดแรงของญี่ปุ่น เรื่องกล้วยๆจริงๆ
Asahi Super Dry Morning Banana Diet กระแสลดน้ำหนักสุดแรงของญี่ปุ่น เรื่องกล้วยๆจริงๆ
วันเสาร์เวลา 9:34 น.
ในปี 2008 วันที่ 17 ตุลาคม TIME รายงานว่า กล้วยกลายเป็นผลไม้มหัศจรรย์และกลายเป็นผลไม้ที่กลายเป็นสินค้าขาดตลาดในญี่ปุ่นทันที แฟนๆอาซาฮี เรามาดูสาเหตุกันดีกว่า
เภสัชกรหญิงชาวญี่ปุ่น Sumiko Watanabe คิดหาวิธีเพื่อช่วยสามี Hitoshi Watanabe ของเธอลดน้ำหนักโดยทำกันเองในครอบครัว โดยใช้กล้วยเป็นอาหารหลักตอนเช้า ผลลัพธ์คือ สามีเธอลดนำ้หนักไปได้ถึง 38 ปอนด์หรือ 19 กิโลกรัม
สามีของเธอดีใจมาก (แหงแหละ) เพราะเพิ่งรู้ว่าการลดน้ำหนักมันง่ายอย่างนั้น เลยเอาเรื่องไปลง Mixi ซึ่งเป็น Social Network ที่ดังมากของญี่ปุ่น โดยตั้งเป็นสูตรว่า Banana Morning Diet
เรื่องไม่จบแค่นั้นน่ะสิ มันดันมีดาราสาวคนนึง ไปอ่านเจอ แล้วเอาไปทดลองทำตาม แล้วเธอมาบอกกลางรายการโทรทัศน์ ว่าสูตรที่เธอไปอ่านมาเจอ ทำให้เธอน้ำหนักลดลงถึง 15 ปอนด์หรือ 7.5 กิโลกรัมในช่วงเวลาเพียงเดือนครึ่งเท่านั้น เท่านั้นแหละ กล้วยเลยกลายเป็นสินค้าดังขึ้นมาข้ามคืน เช้าต่อมาร้านขายของ ซุปเปอร์มาร์เก็ตต้องหาซื้อกล้วยมาบริหารลูกค้ากันไม่ทัน จนกล้วยขาดตลาดเพราะแย่งกันซื้อ บางคนยอมซื้อกล้วยดิบเพราะไปซื้อไม่ทัน
นอกจากนีกระแสความแรงของเรื่องนี้ทำให้เกิดหนังสือ(ดูตามรูป) Banana Morning Diet ขายดีถึง 750000 เล่ม( มากกว่าหนังสือพิมพ์ดังๆบ้านเราอีกเนี่ย) และแปลไปเป็นภาษาจีนและเกาหลีอีกด้วย
*************************************************************
หลักการคือ (จดเลยๆๆ) ง่ายมาก เพราะเป็นเรื่องกล้วยๆจริงๆ
ตอนเช้า ให้กินกล้วยให้มากที่สุดเท่าที่ต้องการแล้วดื่มน้ำที่เป็นนำ้ไม่ได้แช่ตู้เย็นหรือเรียกว่า
น้ำที่อุณหภูมิห้อง(ภาษานักวิทย์) มื้อเที่ยงและเย็นกินอาหารตามปกติแต่มื้อเย็นห้ามกินหลัง 2 ทุ่ม แล้วต้องนอนก่อนเที่ยงคืน กินขนมได้บ้าง แต่ต้องอยู่ระหว่างมื้ออาหารไม่ใช่หลังอาหารทันที ดื่มเบียร์อาซาฮี เอ๊ย เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้บ้างแต่อย่ามากมันเปลือง เอ๊ย ม่ายช่าย
เรื่องกล้วยๆจริงๆใช่ไหมล่ะ แฟนๆอาซาฮี เอาไปลองแล้วได้ผล เอามาเล่ากันบ้างเด้อ
อยากกินกล้วยแล้ว กล้วยๆๆๆๆๆ
เภสัชกรหญิงชาวญี่ปุ่น Sumiko Watanabe คิดหาวิธีเพื่อช่วยสามี Hitoshi Watanabe ของเธอลดน้ำหนักโดยทำกันเอง
สามีของเธอดีใจมาก (แหงแหละ) เพราะเพิ่งรู้ว่าการลดน้ำหน
เรื่องไม่จบแค่นั้นน่ะสิ มันดันมีดาราสาวคนนึง ไปอ่านเจอ แล้วเอาไปทดลองทำตาม แล้วเธอมาบอกกลางรายการโทรท
นอกจากนีกระแสความแรงของเรื
**************************
หลักการคือ (จดเลยๆๆ) ง่ายมาก เพราะเป็นเรื่องกล้วยๆจริงๆ
ตอนเช้า ให้กินกล้วยให้มากที่สุดเท่
น้ำที่อุณหภูมิห้อง(ภาษานัก
เรื่องกล้วยๆจริงๆใช่ไหมล่ะ
อยากกินกล้วยแล้ว กล้วยๆๆๆๆๆ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
